อนาคตนักสาธารณสุข: 5 สายงานมาแรงที่คุณต้องรู้

webmaster

보건학 전공 취업 전망 - 5 levels. She is simultaneously interacting with a user-friendly telehealth application on a tablet,...

สวัสดีค่ะทุกคน!

การพลิกโฉมของบทบาทนักสาธารณสุขในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

보건학 전공 취업 전망 - 5 levels. She is simultaneously interacting with a user-friendly telehealth application on a tablet,...

จากงานประจำสู่บทบาทที่หลากหลายและท้าทาย

หลายคนอาจจะเคยมีภาพจำว่า “นักสาธารณสุข” คือคนที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล หรือหน่วยงานราชการเป็นหลัก แต่เหมยบอกเลยค่ะว่าภาพเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยนะ!

ยิ่งในยุคที่เราเผชิญกับสารพัดโรคอุบัติใหม่ ปัญหา PM 2.5 ที่วนกลับมาทุกปี หรือแม้แต่สังคมผู้สูงอายุที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บทบาทของเราไม่ได้อยู่แค่การรักษาพยาบาลอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่มันคือการเป็นนักวางแผน นักวิเคราะห์ข้อมูล นักสื่อสารสุขภาพ หรือแม้แต่ผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพของผู้คนในวงกว้าง ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าเราสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการติดตามโรคระบาด หรือออกแบบโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่เข้าถึงชุมชนได้ง่ายขึ้น ชีวิตของผู้คนจะดีขึ้นแค่ไหน!

จากประสบการณ์ที่เหมยได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ร่วมอาชีพ หลายคนผันตัวไปทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ ซึ่งแต่ละคนก็เจอความท้าทายใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะตกยุคนะคะ ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

เทคโนโลยีและ AI: เพื่อนร่วมงานคนใหม่ในสายสาธารณสุข

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายุคนี้ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกๆ วงการ รวมถึงสาธารณสุขด้วยค่ะ บางคนอาจจะกังวลว่า AI จะมาแย่งงานเราหรือเปล่า? แต่จากที่เหมยได้เห็นมาตลอด ต้องบอกว่ามันคือโอกาสมากกว่าค่ะ!

AI ไม่ได้มาแทนที่ความเป็นมนุษย์ของเรา แต่มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองจินตนาการถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อหาแนวโน้มของโรค การใช้แอปพลิเคชันเพื่อติดตามสุขภาพส่วนบุคคล หรือแม้แต่การใช้ telehealth เพื่อให้คำปรึกษาทางไกล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการบุคลากรที่มีความรู้ด้านสาธารณสุขผนวกกับความเข้าใจในเทคโนโลยีเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ ตอนนี้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยที่กำลังลงทุนกับเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างจริงจัง และนั่นหมายถึงโอกาสการทำงานใหม่ๆ ที่รอเราอยู่เต็มไปหมดเลยนะ!

ใครที่สนใจด้านเทคโนโลยีสุขภาพ บอกเลยว่าตลาดนี้กำลังบูมมากๆ ค่ะ

ปลดล็อกโอกาสทอง: เส้นทางอาชีพสาธารณสุขที่ไม่ใช่แค่ “ราชการ”

ภาคเอกชนและธุรกิจสุขภาพ: สนามใหม่ที่น่าจับตา

ถ้าใครคิดว่างานสายสาธารณสุขมีแค่การเป็นข้าราชการเท่านั้น เหมยต้องขอเปลี่ยนความคิดใหม่เลยค่ะ! เพราะตอนนี้ภาคเอกชนและธุรกิจสุขภาพกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ศูนย์สุขภาพและความงาม บริษัทเวชภัณฑ์ บริษัทประกันสุขภาพ หรือแม้แต่สตาร์ทอัพด้านสุขภาพต่างๆ ล้วนต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านสาธารณสุขไปร่วมทีมทั้งนั้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมสุขภาพ นักการตลาดด้านสุขภาพ หรือแม้แต่ที่ปรึกษาด้านสุขภาพองค์กร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ทั้งความรู้ทางวิชาการและทักษะการบริหารจัดการควบคู่กันไป เหมยเองก็เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ทำเกี่ยวกับแอปพลิเคชันสุขภาพ ทำให้ได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างไร บอกเลยว่างานภาคเอกชนมีความยืดหยุ่นและมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพสูงมากๆ ใครที่ชอบความท้าทายและอยากเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ลองหันมามองทางนี้ดูนะคะ

Advertisement

องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และงานด้านสังคม: สร้างผลกระทบเชิงบวก

สำหรับใครที่หัวใจเปี่ยมล้นด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือสังคมและสร้างความเปลี่ยนแปลง องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGOs คืออีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ องค์กรเหล่านี้มักจะทำงานในประเด็นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเปราะบาง การป้องกันโรคเอดส์ การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต หรือแม้แต่การทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ในประเทศไทยก็มี NGOs ด้านสุขภาพที่ทำงานอย่างเข้มแข็งมากมาย เช่น มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา หรือองค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามาทำงานในไทยอย่าง UNICEF หรือ WHO ซึ่งตำแหน่งงานก็มีตั้งแต่เจ้าหน้าที่โครงการ นักวิจัย นักพัฒนาชุมชน หรือผู้ประสานงานโครงการต่างๆ การทำงานกับ NGOs อาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินสูงเท่าภาคเอกชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความภาคภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมได้อย่างแท้จริงค่ะ และเป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้เลยจริงๆ

พัฒนาตัวเองให้พร้อม: ทักษะจำเป็นสำหรับนักสาธารณสุขยุคใหม่

มากกว่าความรู้ทางการแพทย์: ทักษะรอบด้านที่ต้องมี

ในอดีตอาจจะเน้นที่ความรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วค่ะ! การเป็นนักสาธารณสุขที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีเกรดเฉลี่ยดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะรอบด้านอีกหลายอย่างเลยค่ะ จากที่เหมยได้สังเกตและพูดคุยกับรุ่นพี่ในวงการ ทักษะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับชุมชน สื่อสารกับผู้บริหาร หรือสื่อสารกับผู้ร่วมงานในทีมที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ นอกจากนี้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานเป็นทีม และที่สำคัญที่สุดคือทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในยุคที่ข้อมูลและความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ลองคิดดูนะคะว่าถ้าเราเก่งแค่เรื่องวิชาการ แต่สื่อสารไม่รู้เรื่อง ทำงานกับคนอื่นไม่ได้ ก็อาจจะพลาดโอกาสดีๆ ไปหลายอย่างเลยค่ะ ดังนั้นอย่าหยุดพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านนะคะ

เพิ่มพูนความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: สร้างจุดแข็งให้ตัวเอง

ในขณะที่เราต้องมีทักษะรอบด้าน การมี “ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างจุดแข็งและความโดดเด่นให้กับเราได้ค่ะ ลองพิจารณาดูว่าเราสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ระบาดวิทยา สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อมอาชีวอนามัย หรือแม้แต่ด้านนโยบายสาธารณะ การที่เรามีทักษะที่ลึกซึ้งในสาขาใดสาขาหนึ่ง จะทำให้เราเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมากขึ้น และมีโอกาสที่จะได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ท้าทายและมีความรับผิดชอบสูงขึ้นด้วยค่ะ การเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญนี้อาจจะมาจากการเรียนต่อในระดับปริญญาโท การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้น หรือแม้แต่การศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เหมยเองก็กำลังสนใจด้าน Data Science for Public Health อยู่ค่ะ เพราะรู้สึกว่าข้อมูลสุขภาพมีประโยชน์มหาศาลถ้าเราสามารถนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง

มองหางานสาธารณสุขที่ใช่: ตลาดต้องการอะไรในตอนนี้?

สาขาที่ตลาดแรงงานมีความต้องการสูง

ในประเทศไทยเอง ก็มีหลายสาขาด้านสาธารณสุขที่ตลาดแรงงานยังมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่องค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีความท้าทายด้านสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักระบาดวิทยาที่ต้องคอยเฝ้าระวังและสอบสวนโรค นักวิชาการสาธารณสุขที่เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ต้องรับมือกับปัญหามลพิษต่างๆ นอกจากนี้ ด้วยการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุและดูแลสุขภาพระยะยาวก็เป็นที่ต้องการอย่างมากค่ะ ลองดูตารางด้านล่างนี้เพื่อเป็นไอเดียนะคะว่าสาขาไหนที่กำลังมาแรงและน่าสนใจบ้าง

สาขา ความต้องการในตลาด ลักษณะงานเด่น ทักษะที่จำเป็นเพิ่มเติม
ระบาดวิทยา สูงมาก (โดยเฉพาะช่วงโรคระบาด) เฝ้าระวัง สอบสวนโรค วิเคราะห์ข้อมูล สถิติ, Data Science, การสื่อสารข้อมูล
อนามัยสิ่งแวดล้อม สูง (ปัญหามลพิษ สิ่งแวดล้อม) ประเมินความเสี่ยง, จัดการสุขาภิบาล, นโยบาย กฎหมายสิ่งแวดล้อม, การประเมินผลกระทบ
ส่งเสริมสุขภาพ/สุขศึกษา สูง (เน้นป้องกัน, สร้างพฤติกรรมสุขภาพ) ออกแบบโปรแกรม, จัดกิจกรรม, ให้ความรู้ การสื่อสาร, จิตวิทยา, การตลาดสังคม
สุขภาพจิตชุมชน สูง (ปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น) ให้คำปรึกษา, ฟื้นฟู, สร้างเครือข่ายสนับสนุน จิตวิทยา, การให้คำปรึกษา, การทำงานกับชุมชน
เวชศาสตร์ป้องกัน/อาชีวอนามัย ปานกลางถึงสูง (ตามความตระหนักขององค์กร) ดูแลสุขภาพแรงงาน, ป้องกันโรคในที่ทำงาน กฎหมายแรงงาน, ความปลอดภัย, การประเมินความเสี่ยง
Advertisement

เปิดโลกสู่โอกาสงานสาธารณสุขระหว่างประเทศ

보건학 전공 취업 전망 - Detailed illustration for blog section 1, informative visual, clean design
สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และก้าวสู่ระดับสากล สายงานสาธารณสุขก็มีโอกาสให้เราได้ไปทำงานในต่างประเทศหรือกับองค์กรระหว่างประเทศเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก (WHO) UNICEF, UNHCR หรือ Doctors Without Borders (MSF) ซึ่งองค์กรเหล่านี้มักจะมองหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ และที่สำคัญคือทักษะภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยมค่ะ การทำงานในต่างประเทศจะทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้เห็นปัญหาสุขภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และได้พัฒนาทักษะต่างๆ อย่างรวดเร็ว เหมยเองก็มีเพื่อนรุ่นพี่ที่ตอนนี้ทำงานกับ WHO อยู่ที่เจนีวา เขาเล่าว่าแต่ละวันเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเสมอ การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการฝึกภาษาอังกฤษ การสร้างเครือข่าย และการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในประเทศให้มากพอ จะเป็นใบเบิกทางที่ดีสู่โอกาสเหล่านี้ค่ะ

สร้างสรรค์เส้นทางของตัวเอง: จากนักสาธารณสุขสู่ผู้ประกอบการด้านสุขภาพ

ปลุกความเป็นผู้ประกอบการในตัวคุณ

ใครจะไปคิดว่านักสาธารณสุขอย่างเราๆ จะผันตัวมาเป็น “ผู้ประกอบการ” ได้จริงไหมคะ? แต่เหมยบอกเลยว่าความเป็นไปได้นั้นมีสูงมากๆ ค่ะ! ด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องสุขภาพ ความต้องการของตลาด และช่องว่างที่มีอยู่มากมาย ทำให้เราสามารถนำความรู้ที่เรามีมาพัฒนาเป็นธุรกิจสุขภาพของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โภชนาการ หรือสุขภาพจิต การสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับให้ความรู้ด้านสุขภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือแม้แต่การจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับองค์กรต่างๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นค่ะ การเป็นผู้ประกอบการอาจจะมีความเสี่ยง แต่ก็ให้อิสระในการทำงานและโอกาสสร้างรายได้ที่ไร้ขีดจำกัด ถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ กล้าที่จะลงมือทำ และไม่กลัวความล้มเหลว โลกของธุรกิจสุขภาพก็พร้อมเปิดรับเราเสมอค่ะ

ตัวอย่างธุรกิจสุขภาพที่น่าสนใจในยุคนี้

ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจสุขภาพจึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องค่ะ ยกตัวอย่างธุรกิจที่เหมยเห็นว่าน่าสนใจและเป็นไปได้สำหรับนักสาธารณสุข เช่น

  1. บริการ Telehealth หรือ Telemedicine: การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านวิดีโอคอลหรือแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงบริการสาธารณสุขยาก
  2. ธุรกิจ Wellness & Anti-Aging: ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม บริการตรวจสุขภาพเชิงลึก หรือโปรแกรมชะลอวัย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใส่ใจสุขภาพ
  3. แอปพลิเคชันสุขภาพ: การพัฒนาแอปฯ สำหรับติดตามการออกกำลังกาย การกิน การนอน หรือแม้แต่การจัดการโรคเรื้อรัง ที่เน้นการใช้งานง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
  4. ที่ปรึกษาด้านสุขภาพองค์กร: การเข้าไปช่วยบริษัทต่างๆ ออกแบบโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพพนักงาน เพื่อลดการลาป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  5. ผู้จัดกิจกรรมสุขภาพ: การจัดเวิร์คช็อป โยคะ คอร์สทำอาหารเพื่อสุขภาพ หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น

สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากสิ่งที่เราถนัดและมีความรู้ แล้วค่อยๆ ต่อยอดไปเรื่อยๆ ค่ะ

รับมือกับความท้าทายและเติบโตไปพร้อมกับสายงานสาธารณสุข

Advertisement

ความท้าทายที่ต้องเผชิญและวิธีรับมือ

แน่นอนว่าทุกเส้นทางอาชีพย่อมมีความท้าทายค่ะ สายงานสาธารณสุขเองก็เช่นกัน เราอาจจะต้องเจอกับปัญหางบประมาณที่จำกัด ความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้น การทำงานภายใต้แรงกดดัน หรือแม้แต่การรับมือกับข้อมูลข่าวสารปลอมด้านสุขภาพที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่เราต้องเรียนรู้ที่จะรับมือค่ะ จากประสบการณ์ของเหมย การมีเครือข่ายเพื่อนร่วมงานที่ดี การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การหาเวลาพักผ่อนเพื่อดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง และที่สำคัญคือการไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ค่ะ อย่าลืมว่าการดูแลสุขภาพของเราเองก็สำคัญไม่แพ้การดูแลสุขภาพของคนอื่นนะคะ

สร้างเครือข่ายและเรียนรู้ไม่รู้จบ: กุญแจสู่ความสำเร็จ

โลกยุคใหม่หมุนเร็วมากค่ะ การหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลัง การเรียนรู้ไม่รู้จบจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในสายงานสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการอ่านวารสารวิชาการ การเข้าร่วมการประชุม สัมมนา หรือเวิร์คช็อปต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ การสร้างเครือข่าย (Networking) กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ รุ่นพี่ หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งค่ะ เพราะเครือข่ายเหล่านี้จะนำมาซึ่งข้อมูลข่าวสาร โอกาสในการทำงาน หรือแม้แต่คำแนะนำดีๆ ที่ช่วยให้เราเติบโตในสายอาชีพได้เร็วขึ้น เหมยเองก็ชอบเข้าร่วมกลุ่มออนไลน์ หรือตามเพจที่ให้ความรู้ด้านสาธารณสุขอยู่เสมอ เพราะทำให้ได้อัปเดตข้อมูลใหม่ๆ และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ ในวงการอยู่ตลอดเวลาค่ะ จงเป็นคนที่กระหายความรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอนะคะ แล้วอนาคตที่สดใสในสายงานสาธารณสุขจะรอเราอยู่แน่นอน!

글을마치며

ก็อย่างที่เหมยได้เล่าไปทั้งหมดนะคะว่าสายงานสาธารณสุขของเราไม่ได้จำเจอีกต่อไปแล้ว โอกาสมีอยู่รอบตัวเราจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่การสร้างธุรกิจของตัวเอง สิ่งสำคัญคือการที่เราเปิดใจเรียนรู้ ปรับตัว และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการค้นหาเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเองนะคะ เหมยเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

알아두면 쓸모 있는 정보

1. พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI: อย่ามองข้ามเทคโนโลยี เพราะมันคือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้งานสาธารณสุขมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองเรียนรู้พื้นฐานการวิเคราะห์ข้อมูล หรือการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ดูนะคะ

2. สร้างเครือข่ายกับคนในวงการ: การเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ รุ่นพี่ และผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูล โอกาส และคำแนะนำดีๆ เสมอ

3. ค้นหาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: การมีจุดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ระบาดวิทยา สุขภาพจิต หรืออนามัยสิ่งแวดล้อม จะทำให้คุณเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมากขึ้น

4. เปิดใจเรียนรู้ตลอดชีวิต: โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากค่ะ การอัปเดตความรู้และทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอคือสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตในสายอาชีพนี้

5. พิจารณาโอกาสในภาคเอกชนและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร: อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่ราชการ เพราะมีโอกาสดีๆ อีกมากมายในธุรกิจสุขภาพและงานเพื่อสังคมที่รอคุณอยู่

Advertisement

중요 사항 정리

สรุปแล้ว สายงานสาธารณสุขในปัจจุบันนั้นเปิดกว้างและมีบทบาทที่หลากหลายกว่าที่เคยเป็นมามาก เราไม่ได้เป็นแค่ผู้ดูแลสุขภาพเชิงรับ แต่คือผู้สร้าง ผู้พัฒนา และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคม การปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยี และพัฒนาทักษะรอบด้าน รวมถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะทำให้เราเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าและพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคตค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: จบสาธารณสุขแล้ว จะหางานยากไหมคะ แล้วมีตำแหน่งไหนที่ตลาดกำลังต้องการเป็นพิเศษบ้าง?

ตอบ: น้องๆ หลายคนน่าจะกังวลเรื่องนี้ใช่ไหมคะ? เหมยเข้าใจเลยค่ะ แต่จากที่เหมยติดตามสถานการณ์มาตลอด ต้องบอกว่า “ไม่ยากอย่างที่คิด” ค่ะ เพียงแต่เราต้องปรับมุมมองและเตรียมตัวให้ถูกจุด เพราะตลาดแรงงานสาธารณสุขในประเทศไทยตอนนี้มันไม่ได้จำกัดแค่ในโรงพยาบาลรัฐหรืออนามัยเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ โอกาสมันกว้างกว่านั้นเยอะมากเลยค่ะ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะคะ ตอนนี้สังคมเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวเลยใช่ไหมคะ นั่นหมายความว่าความต้องการบุคลากรที่ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้งในเชิงป้องกัน ส่งเสริม ฟื้นฟู มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนักส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้ดูแล หรือแม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่นับวันจะพบเจอคนใกล้ตัวเราเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นที่ต้องการมากๆ ค่ะ
นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็เข้ามามีบทบาทเยอะมาก ทั้งโรงพยาบาลเอกชน ศูนย์สุขภาพ Wellness Center คลินิกต่างๆ หรือแม้แต่ธุรกิจ Startup ด้านสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยค่ะ พวกเขาต้องการนักสาธารณสุขที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ การสื่อสาร การสร้างแคมเปญส่งเสริมสุขภาพ หรือแม้แต่นักวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเพื่อนำไปพัฒนาบริการใหม่ๆ พูดง่ายๆ คือไม่ใช่แค่ “รักษา” แต่ต้อง “สร้างสุขภาพ” ได้ด้วยน่ะค่ะ ที่สำคัญคือตอนนี้มีตำแหน่ง “นักจัดการข้อมูลสุขภาพ” หรือ “นักวิเคราะห์สุขภาพ” ที่ใช้ความรู้สาธารณสุขผสมผสานกับทักษะดิจิทัลเข้ามาช่วยพัฒนาระบบต่างๆ เยอะมาก เป็นโอกาสดีๆ เลยค่ะ

ถาม: แล้วนักสาธารณสุขยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้างคะ ถึงจะโดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาด?

ตอบ: โห! คำถามนี้สำคัญสุดๆ เลยค่ะน้องๆ ถ้าจะให้เหมยฟันธงจากประสบการณ์ตรงและข้อมูลที่เห็นมาตลอด คือยุคนี้การมีแค่ความรู้ทางวิชาการสาธารณสุขอย่างเดียวอาจจะไม่พอแล้วนะคะ เราต้องมี “ทักษะรอบด้าน” ที่เรียกว่า “Hybrid Skills” เลยค่ะ
อย่างแรกเลยที่สำคัญมากๆ คือ “ทักษะด้านดิจิทัล” ค่ะ เราต้องคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันสุขภาพ การใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล การทำสื่อออนไลน์ หรือแม้แต่การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพราะทุกวันนี้ข้อมูลสุขภาพอยู่บนโลกออนไลน์เยอะมาก ถ้าเราดึงมาใช้ไม่เป็นก็เสียโอกาสแย่เลย
ต่อมาคือ “ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล” ค่ะ อันนี้ไม่จำเป็นต้องเก่งคณิตศาสตร์แบบสุดโต่งนะคะ แต่ต้องเข้าใจว่าข้อมูลสุขภาพที่เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสถิติผู้ป่วย พฤติกรรมสุขภาพ หรือแนวโน้มโรคภัยไข้เจ็บ จะเอามา “ตีความ” และ “เล่าเรื่อง” ให้คนทั่วไปเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้ยังไง อันนี้สำคัญมาก เพราะมันคือการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็น “ความรู้” ที่มีประโยชน์น่ะค่ะ
และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ทักษะการสื่อสาร” ค่ะ ไม่ใช่แค่พูดเก่งนะคะ แต่ต้องสื่อสารได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเขียน พรีเซนต์ หรือแม้แต่การสร้างคอนเทนต์สุขภาพให้น่าสนใจ ดึงดูดคนทุกเพศทุกวัย เพราะงานของเราคือการสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง รวมถึง “ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น” และ “การปรับตัว” ค่ะ เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก เราต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และทำงานกับคนหลากหลายสาขา ไม่ใช่แค่บุคลากรทางการแพทย์อย่างเดียวแล้วนะคะ

ถาม: เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทกับงานสาธารณสุขของเรายังไงบ้างคะ แล้วเราควรเตรียมตัวรับมือยังไงดี?

ตอบ: โอ๊ยยย! เรื่องนี้เหมยบอกเลยว่าน่าตื่นเต้นสุดๆ ค่ะน้องๆ เพราะเทคโนโลยีและ AI นี่แหละคือ “คลื่นลูกใหม่” ที่จะเปลี่ยนโฉมวงการสาธารณสุขไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ จากที่เหมยเห็นมาหลายโปรเจกต์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ AI ไม่ได้จะมา “แย่งงาน” เรานะคะ แต่มันจะมาเป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่ทำให้งานของเรามีประสิทธิภาพและเข้าถึงคนได้มากขึ้นต่างหากค่ะ
ลองนึกภาพดูนะคะ AI สามารถช่วยเราวิเคราะห์แนวโน้มการระบาดของโรคได้อย่างแม่นยำขึ้น คาดการณ์ปัญหาด้านสุขภาพของชุมชนได้ล่วงหน้า ทำให้เราวางแผนป้องกันได้ทันท่วงที หรือแม้แต่ช่วยคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเพื่อส่งเสริมสุขภาพเฉพาะบุคคลได้ด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่นั้นนะ!
มันยังช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันสุขภาพที่ติดตามพฤติกรรม บันทึกข้อมูลสุขภาพ หรือให้คำแนะนำเบื้องต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดภาระงานของเราไปได้เยอะเลยค่ะ
แล้วเราจะเตรียมตัวยังไงดีน่ะเหรอคะ?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่ากลัวที่จะเรียนรู้” ค่ะ เราต้องเปิดใจที่จะศึกษาเรื่องของ Health Informatics (สารสนเทศสุขภาพ) การใช้โปรแกรมพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Big Data หรือแม้แต่การทำความเข้าใจหลักการทำงานของ AI เบื้องต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ บางทีเราอาจจะกลายเป็น “นักสาธารณสุขผู้เชี่ยวชาญด้าน AI” ที่เป็นที่ต้องการมากๆ ในอนาคตก็ได้นะ!
ลองมองหาสายเฉพาะทางที่เอาความรู้ด้านสาธารณสุขไปผสมผสานกับเทคโนโลยีดูสิคะ เช่น นักพัฒนาแอปพลิเคชันสุขภาพ, นักวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณสุข หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน Telemedicine (การแพทย์ทางไกล) รับรองว่าอนาคตสดใสแน่นอนค่ะ

📚 อ้างอิง