ความลับที่คุณหมอไม่เคยบอก: ป้องกันโรคหัวใจได้ง่ายกว่าที่คิด

webmaster

보건학과 심장병 예방 - **Prompt:** A serene and inviting kitchen counter bathed in soft, natural light, showcasing a vibran...

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบแบบนี้ เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมคะว่าเราอาจกำลังละเลยหัวใจสำคัญที่คอยขับเคลื่อนชีวิตของเราอยู่ทุกวัน? โรคหัวใจไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิดอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะด้วยวิถีชีวิตปัจจุบัน ทั้งความเครียด การทำงานหนัก หรือแม้แต่การเลือกทานอาหารแบบเร่งด่วน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หัวใจของเราต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีเราก็มองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ที่ร่างกายกำลังส่งมาให้เรา (อย่างดิฉันเองก็เคยแอบกังวลอยู่บ่อยๆ ว่าดูแลหัวใจตัวเองดีพอหรือยังนะ)แต่ไม่ต้องห่วงไปนะคะ!

보건학과 심장병 예방 관련 이미지 1

เพราะการดูแลและป้องกันนั้นง่ายกว่าที่คิด และยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ หัวใจของเราก็จะแข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นานขึ้นเท่านั้น ในฐานะที่ดิฉันเองก็ใส่ใจเรื่องสุขภาพหัวใจมากๆ และอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีไปด้วยกัน วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ข้อมูลดีๆ และเคล็ดลับเด็ดๆ ที่รวบรวมมาจากทั้งประสบการณ์ตรง และเทรนด์สุขภาพล่าสุดปี 2568 ที่คนไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาค่ะ พร้อมแล้วใช่ไหมคะ?

เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้างที่เราจะทำได้เพื่อหัวใจที่แข็งแรงของเรา

เลือกทานให้ดี…หัวใจก็มีสุข

เมนูเด็ด พิชิตใจ (และหัวใจ!)

เพื่อนๆ เคยไหมคะที่รู้สึกว่าการทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือต้องอดของอร่อยๆ? ดิฉันเองก็เคยคิดแบบนั้นค่ะ! แต่พอได้ลองปรับเปลี่ยนเมนูโปรดง่ายๆ ที่บ้านดู กลับพบว่าอาหารดีๆ ไม่ได้แปลว่าต้องไร้รสชาติเลยสักนิด แถมยังอร่อยจนลืมไปเลยว่ากำลังดูแลสุขภาพหัวใจอยู่ด้วยซ้ำค่ะ หัวใจของเราจะแข็งแรงได้ ส่วนสำคัญมาจากสิ่งที่เราเลือกใส่เข้าไปในร่างกายทุกวันเลยนะคะ อย่างผักผลไม้สดๆ ที่มีสีสันหลากหลาย ยิ่งเยอะชนิดยิ่งดีเลยค่ะ เพราะแต่ละสีก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ไม่เหมือนกัน ช่วยปกป้องเซลล์หัวใจของเราให้ห่างไกลจากความเสียหาย แถมใยอาหารสูงๆ ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีได้อีกด้วย ส่วนธัญพืชเต็มเมล็ดอย่างข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท หรือข้าวโอ๊ต ก็เป็นแหล่งพลังงานที่ดีเยี่ยม มีใยอาหารสูงที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้หัวใจทำงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ไขมันดีก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ ไม่ใช่ไขมันทุกชนิดจะเลวร้ายไปหมดนะคะ ไขมันจากปลาทะเลน้ำลึกอย่างแซลมอน ทูน่า หรือน้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่วต่างๆ ล้วนเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนที่จำเป็นต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ดิฉันเองชอบทำสลัดแซลมอนกับน้ำสลัดบัลซามิกใส่น้ำมันมะกอก ทานกับขนมปังโฮลวีทกรอบๆ แค่นี้ก็อร่อยและดีต่อใจสุดๆ แล้วค่ะ

ลดหวาน มัน เค็ม…ไม่ยากอย่างที่คิด

โอ๊ย! เรื่องนี้แหละค่ะที่เป็นความท้าทายของใครหลายๆ คน รวมถึงดิฉันด้วย เพราะเราคุ้นชินกับการปรุงรสชาติจัดจ้าน หวาน มัน เค็ม มาตั้งแต่เด็กๆ ใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมคะว่าการลดปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันที่ไม่ดี คือก้าวสำคัญที่จะช่วยลดภาระให้หัวใจของเราอย่างมหาศาลเลยค่ะ น้ำตาลที่มากเกินไปจะไปเพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนเกลือโซเดียมสูงๆ ก็เป็นตัวการสำคัญของความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด และไขมันอิ่มตัวกับไขมันทรานส์ที่มักพบในอาหารแปรรูป หรือขนมกรุบกรอบ ก็เป็นตัวเพิ่มคอเลสเตอรอล LDL หรือไขมันเลวในร่างกายของเราค่ะ ดิฉันเคยลองปรับจากการดื่มชานมไข่มุกหวานปกติ มาเป็นหวานน้อยลงครึ่งหนึ่ง หรือบางทีก็สั่งแบบไม่ใส่น้ำตาลเลยก็มีค่ะ พอทำไปเรื่อยๆ ลิ้นของเราก็จะค่อยๆ ชินไปเอง และจะรู้สึกว่าความหวานจัดๆ นั้นเลี่ยนเกินไปเสียอีก การเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงอาหารเองที่บ้าน และลดการเติมเครื่องปรุงรสลง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราควบคุมปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันได้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ อาจจะเริ่มจากลดปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร หรือเลือกใช้น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เท่านี้หัวใจของเราก็เบาขึ้นเยอะแล้วค่ะ ลองเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันดูนะคะ แล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแน่นอน

กลุ่มอาหาร ตัวอย่างอาหารที่แนะนำ ประโยชน์ต่อหัวใจ
ผักและผลไม้สด ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า, ผักโขม), เบอร์รี่รวม, แอปเปิ้ล, กล้วย อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันความเสียหายของเซลล์
ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต, ขนมปังโฮลวีท, ควินัว มีใยอาหารสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
โปรตีนดี ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, อกไก่ (ไม่ติดหนัง), ถั่วเหลือง, เต้าหู้ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีไขมันต่ำ หรือมีไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
ไขมันดี น้ำมันมะกอก, อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง (อัลมอนด์, วอลนัท), เมล็ดแฟลกซ์ ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) บำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง

แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย…หัวใจแข็งแรงง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

เดินเล่นชิลล์ๆ…หัวใจก็ฟิตแล้ว

ใครว่าการออกกำลังกายต้องเข้ายิม เสียเงินแพงๆ หรือต้องมีอุปกรณ์ครบครันเท่านั้นคะ? บอกเลยว่าไม่จริงเลยค่ะ! แค่เราลุกขึ้นมาขยับตัว เดินเล่นในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ หัวใจของเราก็แข็งแรงขึ้นได้เยอะแล้วค่ะ ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่งานเยอะจนบางทีก็รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่อยากทำอะไรเลย แต่พอได้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ อย่างการเดินให้มากขึ้นในแต่ละวัน รู้สึกได้เลยว่าร่างกายสดชื่นขึ้นเยอะ แถมหัวใจก็เต้นสม่ำเสมอ ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อนด้วยค่ะ การเดินเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่นุ่มนวล แต่ได้ผลดีเยี่ยมต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดความดันโลหิต และช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วยค่ะ ลองหาเวลาเดินเร็วๆ สัก 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ดูนะคะ ไม่จำเป็นต้องเดินรวดเดียวจบก็ได้ค่ะ อาจจะแบ่งเป็นช่วงเช้า 15 นาที และช่วงเย็นอีก 15 นาทีก็ได้ หรือจะเดินไปทำงาน เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือแม้แต่เดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมแล้วค่ะ ยิ่งถ้าชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวไปเดินด้วยกัน จะยิ่งสนุกและมีกำลังใจมากขึ้นไปอีกนะคะ อย่าลืมใส่รองเท้าที่สบายๆ และจิบน้ำเปล่าระหว่างเดินเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำด้วยล่ะคะ

Advertisement

กิจกรรมง่ายๆ เพิ่มพลังให้หัวใจ

นอกจากเดินแล้ว ยังมีกิจกรรมง่ายๆ อีกมากมายที่เราสามารถทำได้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้หัวใจของเราโดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระเลยค่ะ อย่างดิฉันเองชอบเปิดเพลงโปรดแล้วเต้นตามอยู่คนเดียวในห้องค่ะ แค่ 15-20 นาที หัวใจก็เต้นแรง เหงื่อก็ออก รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากๆ เลยค่ะ การเต้นรำ หรือแม้แต่การทำงานบ้านอย่างการกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ จัดสวน ก็ถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ทำให้หัวใจได้ทำงานและเผาผลาญพลังงานได้ดีไม่แพ้การออกกำลังกายแบบอื่นๆ เลยนะคะ ลองเปลี่ยนมุมมองดูสิคะว่าทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ล้วนมีส่วนช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปซื้อของใกล้ๆ การเล่นกับสัตว์เลี้ยง การลุกยืนบ่อยๆ ระหว่างทำงาน หรือแม้แต่การยืดเส้นยืดสายเบาๆ ตอนเช้า สิ่งสำคัญคือการทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานานๆ ค่ะ เพราะการนั่งนานๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่ายขึ้นนะคะ ลองตั้งนาฬิกาเตือนให้เราลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปดื่มน้ำทุกๆ ชั่วโมงดูสิคะ แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายและหัวใจของคุณเอง

ดูแลใจให้สบาย…คลายเครียดลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

เทคนิคผ่อนคลายง่ายๆ ได้ผลจริง

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบและเต็มไปด้วยความกดดันแบบนี้ ความเครียดดูเหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทของใครหลายๆ คนเลยใช่ไหมคะ? ดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่บางครั้งก็รู้สึกแบกรับอะไรไว้เยอะแยะไปหมด จนบางทีก็ลืมไปเลยว่าความเครียดเรื้อรังเนี่ย เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หัวใจของเราต้องทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้นะคะ แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะการจัดการความเครียดนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เราสามารถเริ่มต้นได้จากเทคนิคผ่อนคลายง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้เองทุกวันเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือการหายใจลึกๆ ช้าๆ ค่ะ ลองหลับตาลง วางมือไว้บนหน้าท้อง หายใจเข้าให้ท้องป่อง และหายใจออกช้าๆ ให้ท้องยุบ ทำสัก 5-10 นาทีต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยค่ะ นอกจากนี้ การทำสมาธิแบบง่ายๆ หรือการฟังเพลงบรรเลงเบาๆ ก็ช่วยลดความตึงเครียดได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ ดิฉันเองชอบเปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ หรือเสียงธรรมชาติระหว่างทำงาน บางทีก็ช่วยให้มีสมาธิและรู้สึกผ่อนคลายได้ดีมากๆ เลยค่ะ ลองหาเวลาให้ตัวเองได้อยู่กับตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือเล่มโปรด จิบชาอุ่นๆ หรือแค่นั่งมองวิวทิวทัศน์สวยๆ ก็เป็นการพักผ่อนที่ดีต่อใจและดีต่อหัวใจมากๆ เลยค่ะ

หัวเราะบ่อยๆ…ยาชั้นดีของหัวใจ

เคยได้ยินคำว่า “เสียงหัวเราะคือยาที่ดีที่สุด” ไหมคะ? บอกเลยว่าวลีนี้ไม่ได้เกินจริงเลยค่ะ เพราะการหัวเราะไม่ได้แค่ทำให้เรามีความสุขเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจของเราอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ เวลาที่เราหัวเราะ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขตามธรรมชาติ ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล และยังช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ ดิฉันเองเป็นคนชอบดูรายการตลก หรือคุยกับเพื่อนๆ ที่มีอารมณ์ขันค่ะ พอได้หัวเราะออกมาดังๆ ทีไร รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นในใจออกไปจนหมด ทำให้รู้สึกโล่งสบายทั้งกายและใจเลยค่ะ ลองหาโอกาสหัวเราะให้มากขึ้นในแต่ละวันดูนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังตลก ฟังเรื่องเล่าสนุกๆ จากเพื่อนๆ หรือแม้แต่การเล่นเกมกับคนในครอบครัว การมีอารมณ์ขันและหัวเราะบ่อยๆ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและดีที่สุดวิธีหนึ่งในการช่วยลดความเครียด และทำให้หัวใจของเราแข็งแรงมีความสุขไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ อย่าปล่อยให้ชีวิตประจำวันของเราเคร่งเครียดจนเกินไปนะคะ เพราะหัวใจที่เบิกบานจะนำพาไปสู่ร่างกายที่แข็งแรงค่ะ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ…ยาอายุวัฒนะของหัวใจ

สร้างบรรยากาศดีๆ…ให้หลับสบาย

เคยไหมคะที่นอนเท่าไหร่ก็รู้สึกไม่อิ่ม หรือตื่นมาแล้วยังเพลียๆ อยู่? นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเรายังนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือคุณภาพการนอนยังไม่ดีพอค่ะ ดิฉันเคยเป็นบ่อยๆ เลยค่ะ จนบางทีก็ส่งผลให้รู้สึกไม่สดใส หัวใจก็เต้นแรงกว่าปกติ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 7-9 ชั่วโมงสำหรับผู้ใหญ่ เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ต่อสุขภาพหัวใจของเรานะคะ เพราะในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายและหัวใจของเราจะได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และปรับสมดุลฮอร์โมนต่างๆ ให้กลับมาเป็นปกติค่ะ การนอนไม่พอเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้นะคะ การสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้เอื้อต่อการนอนหลับจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ค่ะ ลองทำให้ห้องนอนมืดสนิท เงียบสงบ และมีอุณหภูมิที่เย็นสบายดูนะคะ อาจจะลองใช้ม่านทึบแสงเพื่อกันแสงจากภายนอก หรือใช้ที่อุดหูเพื่อลดเสียงรบกวน นอกจากนี้ การเลือกที่นอนและหมอนที่เหมาะสมกับสรีระของเรา ก็มีส่วนช่วยให้นอนหลับได้สบายและลึกขึ้นด้วยค่ะ ดิฉันเองชอบฉีดสเปรย์กลิ่นลาเวนเดอร์อ่อนๆ บนหมอนก่อนนอน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

Advertisement

กิจวัตรก่อนนอนที่ช่วยให้หัวใจได้พัก

นอกจากการสร้างบรรยากาศในห้องนอนแล้ว การมีกิจวัตรก่อนนอนที่สม่ำเสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราหลับได้สนิทและลึกขึ้น ทำให้หัวใจของเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าในแต่ละวัน เราต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมาย ทั้งความเครียดจากการทำงาน หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา การที่เรามีเวลาผ่อนคลายตัวเองก่อนนอน จะช่วยให้สมองของเราได้หยุดคิด และเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อนค่ะ ดิฉันมักจะงดเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมงค่ะ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอเหล่านี้จะไปรบกวนการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้เรานอนหลับยากขึ้น แทนที่จะจ้องหน้าจอ ลองเปลี่ยนมาอ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงบรรเลงเบาๆ หรืออาบน้ำอุ่นๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อดูก็ได้นะคะ การดื่มนมอุ่นๆ หรือชาคาโมมายล์ก่อนนอน ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้นเช่นกันค่ะ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกคืน จะช่วยให้ร่างกายของเราเรียนรู้ที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการนอนหลับ ทำให้เราหลับได้ง่ายขึ้นและหลับได้สนิทขึ้น หัวใจของเราก็จะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นมาพร้อมความสดใสในเช้าวันรุ่งขึ้นค่ะ

หมั่นสังเกตอาการ…เสียงเตือนจากหัวใจที่ห้ามมองข้าม

สัญญาณเตือนที่ควรรู้จัก

เพื่อนๆ เคยรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายตัวเองไหมคะ? บางทีก็ปวดเมื่อย หรือรู้สึกไม่สบายตัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดิฉันเองก็เคยค่ะ และบางทีก็มองข้ามไป คิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่รู้ไหมคะว่าบางอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้ามไป อาจเป็นเสียงเตือนจากหัวใจของเราที่กำลังบอกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติอยู่ก็ได้นะคะ การรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยค่ะ เพราะยิ่งเรารู้จักและเข้ารับการรักษาได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะหายขาดหรือลดความรุนแรงของโรคก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นค่ะ สัญญาณที่พบบ่อยๆ ที่เราควรรู้จักก็อย่างเช่น อาการเจ็บหน้าอกแบบแน่นๆ หนักๆ เหมือนมีอะไรมาทับ หรือรู้สึกปวดร้าวไปที่แขนซ้าย คอ กราม หรือแผ่นหลังได้ค่ะ บางคนอาจมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจลำบาก แม้จะทำกิจกรรมเบาๆ ที่เคยทำได้สบายๆ ก็รู้สึกเหนื่อย นอกจากนี้ อาการใจสั่น หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือมีอาการบวมที่เท้าและข้อเท้า ก็เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสนใจนะคะ หากเพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ อย่าได้นิ่งนอนใจเด็ดขาดเลยนะคะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจค่ะ

เมื่อไหร่ที่เราควรไปหาหมอ

เมื่อเราเริ่มมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยเกี่ยวกับหัวใจ หลายคนอาจจะยังลังเลว่าควรไปหาหมอดีไหม หรือรอให้หายเองก่อนดีกว่า ดิฉันอยากจะเน้นย้ำเลยค่ะว่า หากมีอาการใดๆ ที่บ่งชี้ถึงโรคหัวใจ โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรง ไม่หายไปเอง หรือมีอาการร่วมอื่นๆ ที่รุนแรง เช่น หายใจลำบากอย่างรุนแรง หน้ามืด จะเป็นลม ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ชักช้าเลยนะคะ อย่ารอจนอาการหนักขึ้น เพราะทุกนาทีมีค่ามากสำหรับหัวใจของเราค่ะ การได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที สามารถช่วยชีวิตเราและป้องกันความเสียหายถาวรต่อหัวใจได้ค่ะ นอกจากอาการฉุกเฉินแล้ว หากเพื่อนๆ มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือคอเลสเตอรอลสูง ก็ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้อาการลุกลามนะคะ บางทีอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้ามไป อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคตค่ะ การใส่ใจในสุขภาพของตัวเองและการไปพบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของชีวิตที่มีความสุขจริงไหมคะ?

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ…เกราะป้องกันหัวใจให้ห่างไกลโรค

ตรวจอะไรบ้าง…เพื่อหัวใจที่แข็งแรง

พูดถึงเรื่องสุขภาพหัวใจแล้ว การตรวจสุขภาพเป็นประจำนี่แหละค่ะคือเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจหัวใจตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ดิฉันเองก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีทุกปีเลยค่ะ เพื่อความสบายใจของเราเอง และเพื่อเช็คดูว่ามีอะไรผิดปกติบ้างรึเปล่า การตรวจสุขภาพไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวค่ะ สำหรับสุขภาพหัวใจ แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจหลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือการตรวจวัดความดันโลหิต ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด ถัดมาคือการตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจโดยตรง นอกจากนี้ แพทย์อาจจะแนะนำให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG หรือ ECG) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ หรืออาจมีการเอกซเรย์ปอดและหัวใจเพื่อดูขนาดของหัวใจและสภาพปอดด้วยค่ะ หากมีความเสี่ยงสูง อาจมีการตรวจแบบละเอียดขึ้น เช่น การวิ่งสายพาน (EST) หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) ค่ะ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ คุณหมอจะแนะนำการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ

ทำไมการตรวจเช็คสม่ำเสมอจึงสำคัญ

หลายคนอาจจะคิดว่า “ฉันยังหนุ่มยังสาวอยู่ ไม่เห็นต้องไปตรวจอะไรหรอก” หรือ “ตอนนี้ยังไม่ป่วยนี่นา” แต่ความจริงแล้ว การตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ ทำไมนะเหรอคะ?

ก็เพราะว่าโรคหัวใจหลายชนิดมักจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้นค่ะ หรือบางทีก็แสดงอาการเพียงเล็กน้อยที่เราอาจมองข้ามไป แต่เมื่ออาการเริ่มชัดเจนขึ้น บางครั้งก็อาจจะสายเกินไปแล้วค่ะ การตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้เราสามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่โรคจะลุกลามและรุนแรงขึ้น ทำให้เราสามารถเข้ารับการรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ทันท่วงทีค่ะ เหมือนกับการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ของเราเลยค่ะ หากเราหมั่นนำรถไปเช็คตามระยะ ก็จะช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ หัวใจของเราก็เช่นกันค่ะ การดูแลและเอาใจใส่เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะหัวใจที่แข็งแรงคือหัวใจที่พร้อมจะอยู่กับเราไปนานๆ เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมีความสุขกับคนที่เรารักทุกวันค่ะ ลงทุนกับสุขภาพวันนี้ ดีกว่าต้องมาเสียใจทีหลังนะคะ

Advertisement

เทรนด์ใหม่ดูแลหัวใจปี 2568…นวัตกรรมเพื่อชีวิตยืนยาว

เทคโนโลยีล้ำสมัย…ช่วยดูแลหัวใจใกล้ตัว

보건학과 심장병 예방 관련 이미지 2
ปี 2568 นี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจของเรามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยค่ะ ดิฉันเองก็ตื่นเต้นกับเทรนด์เหล่านี้มากๆ เพราะมันทำให้การดูแลหัวใจเป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับทุกคน สมัยก่อนเราอาจจะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คหัวใจเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้มีอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Devices) อย่างสมาร์ทวอทช์ หรือฟิตเนสแทร็กเกอร์ ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ หรือแม้แต่วัดระดับออกซิเจนในเลือดได้เลยนะคะ ดิฉันเองก็ใช้สมาร์ทวอทช์อยู่ค่ะ มันช่วยให้เราสามารถติดตามสุขภาพหัวใจของเราได้ตลอดทั้งวัน และหากมีอะไรผิดปกติก็จะมีการแจ้งเตือน ทำให้เราสามารถปรึกษาแพทย์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชันสุขภาพบนสมาร์ทโฟนมากมายที่ช่วยในการบันทึกข้อมูลสุขภาพ ตั้งเป้าหมายการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับเราแต่ละคนด้วยค่ะ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการเฝ้าระวังเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นให้เราหันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจของตัวเองมากขึ้นด้วยค่ะ มันเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยดูแลสุขภาพหัวใจให้เราตลอดเวลาเลยค่ะ

การแพทย์แม่นยำและการดูแลแบบองค์รวม

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจในปี 2568 คือเรื่องของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการรักษาและป้องกันโรคหัวใจค่ะ นี่คือการรักษาที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาจากข้อมูลทางพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ และสภาพแวดล้อมของแต่ละคน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลข้างเคียงให้ได้มากที่สุดค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าเราจะมีโปรแกรมดูแลหัวใจที่ถูกออกแบบมาเพื่อเราคนเดียวโดยเฉพาะ มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน!

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่คนให้ความสนใจค่ะ ซึ่งหมายถึงการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน เพราะสุขภาพหัวใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การทานอาหารหรือออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการความเครียด การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และการมีสุขภาพจิตที่ดีด้วยค่ะ ดิฉันเชื่อว่าการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จะช่วยให้เราทุกคนมีหัวใจที่แข็งแรงและมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุขได้อย่างแน่นอนค่ะ อย่าลืมติดตามเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับการดูแลสุขภาพของตัวเองกันนะคะ

글을มา치며

เพื่อนๆ ที่รักคะ การดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรงไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อหรือยากเย็นอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ? หลังจากที่ดิฉันได้แบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ ไป หวังว่าทุกคนจะเห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจหัวใจตัวเองมากขึ้นนะคะ เพียงแค่เราเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานอาหารที่ดี การลุกขึ้นมาขยับตัวให้มากขึ้น การจัดการกับความเครียด หรือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทุกอย่างล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่หัวใจที่แข็งแรงและชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืนค่ะ

จำไว้เสมอนะคะว่า หัวใจของเราทำงานหนักเพื่อเราทุกวัน การที่เรามอบความรักและดูแลเขาอย่างดีที่สุด ก็คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อตัวเราเองค่ะ มาเป็นคนที่มีหัวใจแข็งแรงและเปี่ยมสุขไปด้วยกันนะคะ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนทำได้อย่างแน่นอนค่ะ! แล้วพบกันใหม่ในโพสต์หน้าที่จะนำเรื่องราวดีๆ มาฝากอีกนะคะ รักนะคะทุกคน!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1.

เลือกทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล

เน้นผักผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไร้มัน พยายามลดอาหารแปรรูป น้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัว เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด การทานปลาทะเลน้ำลึกที่มีโอเมก้า 3 เป็นประจำก็ช่วยบำรุงหัวใจได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ

2.

ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆ เสมอไปค่ะ แค่เดินเร็วๆ วันละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือทำงานบ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง เต้นรำ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีแล้วค่ะ พยายามลุกยืนและเคลื่อนไหวร่างกายทุกๆ ชั่วโมง เพื่อป้องกันผลเสียจากการนั่งนานๆ ค่ะ

3.

จัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเครียดเรื้อรังส่งผลเสียต่อหัวใจมากกว่าที่เราคิดค่ะ ลองฝึกหายใจลึกๆ ทำสมาธิ ฟังเพลงผ่อนคลาย หรือหากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อผ่อนคลายจิตใจ การหัวเราะบ่อยๆ และการใช้เวลากับคนที่เรารักก็ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดได้เป็นอย่างดีค่ะ

4.

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน การนอนไม่พอจะส่งผลเสียต่อระบบฮอร์โมนและความดันโลหิตได้ สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้มืด เงียบ และเย็นสบาย งดเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ค่ะ

5.

ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ

การตรวจเช็คสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญมากๆ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยง การตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมัน จะช่วยให้เราค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามค่ะ

สำคัญที่ต้องรู้

เพื่อนๆ คะ หัวใจของเราคือสิ่งมีค่าที่สุดที่เราต้องดูแลอย่างดีที่สุด การดูแลสุขภาพหัวใจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ยังหนุ่มสาว การที่เราใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกทานอาหารที่เหมาะสม การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ การจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับหัวใจของเราค่ะ อย่ารอให้มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยมาดูแลนะคะ เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นดูแลหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในทุกๆ วันค่ะ หัวใจที่แข็งแรงคือหัวใจที่พร้อมจะนำพาเราไปพบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: สัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ที่ว่ามานี่ มีอะไรบ้างคะที่บ่งบอกว่าหัวใจเราอาจกำลังมีปัญหา?

ตอบ: อูย… เรื่องสัญญาณเตือนนี่สำคัญมากๆ เลยนะคะเพื่อนๆ เพราะบางทีเราก็มองข้ามไปง่ายๆ เลย อย่างตัวดิฉันเองก็เคยค่ะ ที่รู้สึกว่าเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก หรือบางทีก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะนิดๆ เหมือนใจหวิวๆ แล้วก็คิดไปเองว่าคงพักผ่อนน้อย แต่จริงๆ แล้ว สัญญาณเล็กๆ เหล่านี้แหละค่ะที่เราไม่ควรมองข้ามเลย
สิ่งที่พบบ่อยๆ เลยนะคะคือความรู้สึก “เหนื่อยง่าย” กว่าเดิมมาก ทำกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำได้สบายๆ แต่ตอนนี้กลับเหนื่อยหอบ หรือบางทีก็รู้สึก “เจ็บแน่นหน้าอก” เบาๆ ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก แต่เป็นๆ หายๆ ให้กวนใจ หรืออาจจะรู้สึก “เวียนหัว หน้ามืด” บ่อยขึ้น บางคนก็อาจมีอาการ “ขาบวม” หรือ “หายใจลำบาก” โดยเฉพาะเวลานอนราบ สัญญาณเหล่านี้บางทีมันก็ไม่ได้ตะโกนบอกเราตรงๆ หรอกค่ะ แต่เหมือนกระซิบเตือนเบาๆ ว่า ‘เฮ้!
ดูแลฉันหน่อยสิ’ ถ้าเจออาการเหล่านี้ ดิฉันแนะนำว่าอย่าชะล่าใจ ลองสังเกตตัวเองดีๆ นะคะ แล้วถ้ายังไม่หาย หรือกังวลมากๆ ลองปรึกษาคุณหมอดูสักนิดเพื่อความสบายใจของเราเองค่ะ

ถาม: แล้วเราจะเริ่มต้นดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรงขึ้นได้ยังไงบ้างคะ มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันไหม?

ตอบ: แน่นอนค่ะ! เรื่องการดูแลหัวใจนี่ไม่ต้องรอให้ป่วยก่อนเลยนะ ดิฉันเองก็พยายามทำมาตลอด และอยากจะบอกว่ามันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ เคล็ดลับที่ดิฉันทำประจำและได้ผลดีมากๆ เลยก็คือเรื่อง “อาหารการกิน” ค่ะ พยายามลดหวาน มัน เค็มลงหน่อย เลือกทานผักผลไม้ให้มากขึ้น อย่างอาหารไทยเราก็อร่อยเยอะแยะเลยนะคะ เน้นต้ม นึ่ง ย่าง แทนทอดบ้าง รับรองว่าหัวใจแฮปปี้แน่นอนค่ะ
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การออกกำลังกาย” ไม่ต้องถึงขนาดไปเข้าฟิตเนสทุกวันก็ได้ค่ะ แค่เดินเร็วๆ รอบหมู่บ้าน วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน ก็ช่วยให้หัวใจเราแข็งแรงขึ้นได้เยอะแล้ว หรือจะลองเต้นตามคลิปใน YouTube สนุกๆ ที่บ้านก็ได้นะคะ นอกจากนี้ “การจัดการความเครียด” ก็สำคัญมากๆ ลองหาเวลาผ่อนคลายตัวเองบ้าง ดูหนัง ฟังเพลง หรือทำในสิ่งที่ชอบ ปล่อยใจให้สบายๆ อย่าให้ความเครียดสะสมนานเกินไปค่ะ เพราะความเครียดนี่ตัวการร้ายเลยนะที่จะทำให้หัวใจเราทำงานหนัก และสุดท้ายที่ห้ามลืมเลยคือ “การนอนหลับให้เพียงพอ” ค่ะ ให้เวลาร่างกายได้พักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แค่ปรับเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันแบบนี้ ดิฉันรับรองเลยว่าหัวใจเราจะแข็งแรงและอยู่กับเราไปได้อีกนานเลยค่ะ

ถาม: นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว เราควรตรวจสุขภาพหัวใจบ่อยแค่ไหนคะ แล้วถ้าอยากเช็กให้ชัวร์ ควรเริ่มจากอะไรดี?

ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยค่ะ! เพราะถึงแม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน การตรวจสุขภาพก็ยังเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ สำหรับดิฉันเอง ดิฉันจะพยายามเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้งค่ะ โดยเฉพาะเมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 3 เลข 4 ขึ้นไป คุณหมอจะแนะนำให้ตรวจเช็กเกี่ยวกับหัวใจมากขึ้น อย่างน้อยก็ควรมีการวัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจโดยตรงเลยนะคะ
ถ้าเพื่อนๆ กังวลเป็นพิเศษ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือมีอาการผิดปกติที่เล่าไปข้างต้น ดิฉันแนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอให้เร็วขึ้นเลยค่ะ คุณหมออาจจะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) หรือบางทีก็อาจจะเป็นการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) เพื่อดูว่าหัวใจเราทำงานเป็นยังไงบ้างเวลาที่เราออกแรงค่ะ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ แบบนี้จะช่วยให้เราสบายใจได้เยอะเลยนะคะ และที่สำคัญคือ หากพบความผิดปกติอะไร คุณหมอก็จะสามารถให้คำแนะนำและวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้แล้วมารู้ตัวตอนที่มันสายเกินไปนะคะ!

📚 อ้างอิง

Advertisement